ตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำโดย พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พ.ต.ท.เจษฎา ทองทา , พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งบัญชีม้าที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างหนัก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่ กองกำกับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สามารถเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย คือ
1. นายนฤชัยหรือ นายบอส อายุ 25 ปี (หัวหน้าแก๊งบัญชีม้า) หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1162/2569
2. นายศุภกร หรือ นายฟิว อายุ 24 ปี หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1160/2569
3. นายสิทธิชัย หรือ นายแจ๊ค อายุ 31 ปี หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1163/2569
4. นายวุฒิชัย หรือ นายเบส อายุ 24 ปี หมายจับศาลจังหวัดขอนแก่นที่ 1161/2569
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยนาเกลือ 25 เมืองพัทยา อ.บางละมุง จว.ชลบุรี และ หน้าคอนโดมิเนียมซอยเพนียดช้าง ต.เมืองพัทยา อ.บางละมุง จว.ชลบุรี
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักของนายนฤชัยฯ ณ คอนโดมิเนียมหรูย่านถนนเทพประสิทธิ์ พบของกลาง สมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม ตรวจค้นห้องพักของนายศุภกรฯ หรือนายฟิว นายวุฒิชัยหรือนายบาส และนายสิทธิชัยหรือนายแจ๊ค พบบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม หลายรายการ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสืบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับว่า นายนฤชัยหรือนายบอส เป็นนายทุนลูกครึ่งไทยจีน มีหน้าที่จัดหาคนเปิดหรือนำบัญชีเงินฝากอีเล็กทรอนิกส์มาใช้ตามคำสั่งของชาวจีนที่เป็นหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยนายนฤชัยหรือนายบอส เป็นผู้สั่งการให้ นายศุภกรหรือนายฟิว และนายวุฒิชัยหรือนายเบส นัดหมายกับเจ้าของบัญชีม้าเพื่อรอรับโอนเงิน จากนั้น นายสิทธิชัยหรือนายแจ๊ค จะเป็นผู้รวบรวมเงินสดที่ได้
จากการกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม มอบให้นายนฤชัยหรือนายบอส เมื่อได้เงินครบจำนวนในแต่ละวันแล้ว นายนฤชัยหรือนายบอส จะนำเงินสดที่ได้ ส่งให้แก่นายทุนใหญ่ชาวจีนหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่นัดพบกันตามโรงแรมย่านเมืองพัทยา โดยจะติดต่อนัดหมายกันทางแอพพลิเคชั่น Telegram ได้รับค่าจ้าง 20% ของจำนวนเงินที่หลอกลวงประชาชนไทยมาได้ ทั้งนี้กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มี 5 ราย ยังคงเหลืออีก 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาอีกราย มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ได้แจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับมิจฉาชีพในรูปแบบนี้
1.PEA ไม่มีนโยบายทักแชตหรือโทรคืนเงิน: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่มีนโยบาย ให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์หรือส่ง SMS ติดต่อประชาชนเพื่อแจ้งคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้า หรือเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์/แอปพลิเคชัน
2. ห้ามกดลิงก์ โหลดแอป ที่ไม่ได้มาจาก PlayStore หรือ IOS
3. หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ติดต่อโดยตรงที่ PEA Contact Center โทร. 1129
พล.ต.ท.พงษ์สยาม มีขันทอง ผบช.ทท. ระบุว่า ทาง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้ความสำคัญ ในการดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงกรณีการขอความช่วยเหลือจากประชาชน ผ่านสายด่วน 1155 และแอพพลิเคชั่น TPB App (Thailand Tourist Police Application) เช่น กรณีคนร้ายกลุ่มนี้ ประชาชนแจ้งขอความช่วยเหลือได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มมิจฉาชีพฯ ตำรวจท่องเที่ยวไม่รอช้า หลังได้ข้อมูลคนร้าย เร่งประสานกับ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งมอบพนักงานสอบสวน กระทั่งศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับ และติดตามจับกุมได้ยกแก๊ง
##ขอบคุณภาพข่าว/Dit News/รายงาน##
