เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง บริษัท เรย์แด้นท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เชิญ นายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา ร่วมเวทีเสวนาพิเศษ หัวข้อ: “SMR: จิ๋ว แจ๋ว ปลอดภัย อนาคตพลังงานไทยที่คนรุ่นใหม่ควรรู้”
ที่จัดขึ้นโดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำโดย รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ภายในงาน KMITL EXPO 2026
ครั้งนี้บริษัทเรย์แด้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ร่วมมือกับทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
จัด กิจกรรมด้วยกัน
คือ จัดนิทรรศการและแบบจำลองเสมือนจริง (VR) ตัวสาธิต VR: จำลองการเข้าชมศูนย์การเรียนรู้ล่วงหน้า ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ เช่น เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ TRISO, ระบบระบายความร้อน, หลักการแบ่งแยกนิวเคลียร์ (Fission), ชั้นความปลอดภัย (Layers of Safety), เมืองพลังงานสะอาดจำลอง (Clean-Energy-City Model) และห้องควบคุมปฏิกรณ์นและมลภาวะ แนวโน้มพลังงานสะอาดของโลก และความร่วมมืออย่างเป็นทเวทีเสวนาพิเศษ หัวข้อ: “SMR: จิ๋ว แจ๋ว ปลอดภัย อนาคตพลังงานไทยที่คนรุ่นใหม่ควรรู้” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญหลายคนด้วยกัน อาทิ
ท่านพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา
รศ.ดร.คมสัน มาลีสี (อธิการบดี สจล.)
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ (เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ)
คุณรุธิระ ประเสริฐศักดิ์ (กฟผ.)
รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ (สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ – สทน.)
ดร.ธนัตถ์อร พรพัฒน์เดชอุดม (บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน))
ศ.ดร.สมบูรณ์ รัศมี (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
โดยนายพรเพิ่ม ทองศรี ประธานคณะกรรมาธิการพลังงานวุฒิสภา กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ว่า คณะกรรมาธิการการพลังงานมีแนวคิดที่จะส่งเสริมและผลักดันการนำเทคโนโลยี SMR มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ รวมทั้งสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและกิจการที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมาธิการพร้อมทำหน้าที่ในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้บทบาทหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ มีความเห็นเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยี SMR มาใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกฎหมายและกฎระเบียบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกำหนดกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจน อาทิ ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญในการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความรับผิดและการชดเชยความเสียหายจากอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ ตลอดจนการพัฒนากรอบกฎหมายของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
พร้อมเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการพลังงานในอนาคตว่า ภาครัฐควรเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาและผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและเทคโนโลยี SMR อย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยหากในอนาคตมีปริมาณไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดมากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้า ไฟฟ้าส่วนเกินสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ เช่น ใช้ในกระบวนการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าพลังงานสะอาด สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นอีกแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮโดรเจนของประเทศไทย
การเข้าร่วมงานเสวนาครั้งนี้เป็นการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ในการติดตามและส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ SMR ให้แก่สังคม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบพลังงานของประเทศไทยในอนาคต
##ขอบคุณภาพข่าว/Dit News/รายงาน##
