เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น.
กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส รอง ผบช.น. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง รวมทั้งให้มีการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย ทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อมีการก่อคดีเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ให้รีบติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 โดย พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.สุธี พรหมมาลี พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.สน.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9 ได้ขับเคลื่อนนโยบายหากเกิดเหตุให้เกี่ยวกับทรัพย์ให้รีบดำเนินการสืบสวนเพื่อจับกุมตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่หน่วยงาน
สถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม โดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.พ.ต.ท.วรงค์กรณ์ ขจรบุญญาวัฒน์รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม พ.ต.ต.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม ชุดสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา
1.นายไตรภพ หรือภพ เสนาะจง อายุ 19 ปี ที่อยู่ 23 หมู่9 ตำบลโคกสว่าง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด
2.นายธีรพล หรือตี้ ใบมาก อายุ 19 ปี ที่อยู่ 26/4 หมู่ที่6 ตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
3.นายธัญยารักษ์ หรือปัง ภูเดช อายุ 19 ปี ที่อยู่ 114 ซ.กาญจนาภิเษก005 แขวงหลักสอง เขตบางแค จังหวัดกรุงเทพฯ
พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ที่ได้จากลักมา และใช้ก่อเหตุเบ้ารถจักรยานยนต์ กุญแจรถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนรถจักรยายนต์จำพวกตะกร้าหน้ารถ เหล็กกันลาย หมวกนิรภัย อุปกรณ์ที่ใช้ลักรถจักรยานยนต์ จำพวกเหล็กปีกเครื่องบิน และเหล็กตัวทีเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใช้ในการกระทำผิดรวมจำนวน 49 รายการ
โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแกการกระทำความผิดและการพาทรัพย์นั้นไป

จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ บ้านเลขที่ บ้านเลขที่ 766 (ซ.14) ซอยเอกชัย 109 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น.
พฤติการณ์กล่าวคือ ก่อนทำการจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้เกิดเหตุคนร้ายร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนหลายคัน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สั่งการให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
จากนั้นจึงได้ร่วมกันวางแผนติดตามคนร้ายโดยการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนร้าย ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ร่วมทั้งการติดตามไล่กล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวคนร้าย ซึ่งในเบื้องต้นได้สืบทราบว่าหลังจากคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์เสร็จเรียบร้อย คนร้ายจะหลบหนีไปอยู่แถวหมู่บ้านพระปิ่น 5 (เอกชัย 109) แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร จึงได้เฝ้าซุ่มดูและติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติ่มเพื่อดูความเคลื่อนไหวของคนร้ายอยู่บริเวณใกล้เคียงกับสถานที่ดังกล่าว
ต่อมาวันนี้ (30 มิ.ย.2569) เวลาประมาณ 10.00 น. ได้มีนายไตรภพ หรือภพ เสนาะจง ผู้ต้องหาที่ 1 (ทราบชื่อภายหลัง) ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันหมายเลขทะเบียน 1 ฆณ 3518 กรุงเทพมหานคร (ใช้ในการกระทำผิด) ขับมาบริเวณที่กำลังซุ่มดูอยู่ ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณของยานพาหนะตรงกับรถจักรยานยนต์ที่ใช้ขับขี่ไปก่อเหตุ จึงได้เข้าแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดู พร้อมทั้งได้ให้ตรวจดูภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพขณะที่ร่วมกันก่อเหตุให้ดู นายไตรภพฯ รับว่าเป็นตนเองจริง
และรับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์มาหลายครั้งจริง ซึ่งหลังจากลักรถจักรยานยนต์มาได้แล้วตนจะหน้าที่ขับรถมาไว้ที่ห้องเช่าของตน จากนั้นนายตี้ ซึ่งเป็นบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุจะเป็นคนติดต่อกับคนที่รับซื้อรถและจะมีรถขนส่งซึ่งทางคนรับซื้อส่งมารับที่บ้านของตน โดยก่อนที่จะส่งรถคันดังกล่าว ตนจะเป็นคนเปลี่ยนเบ้ากุญแจรถก่อน จากนั้นมีการพิมพ์สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนรถซึ่งทางนายตี้ จะเป็นคนส่งมาให้และส่งมอบไปพร้อมกับรถจักรยานยนต์ที่ขนส่งจะมารับ
จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านเช่าของตนเอง และนำตรวจค้นซึ่งปรากฎว่าพบของกลางรถจักรยานยนต์รุ่นเวฟ (ของกลางลำดับที่ 2) อยู่ในบ้านเช่าของตนสอบถามรับว่าตนและนายตี้ฯ เพิ่งไปลักมาจากแถวพระราม 5 (ท้องที่ สภ.ปลายบาง) และกำลังจะส่งให้กับขนส่งที่จะมารับ พร้อมทั้งได้จัดพิมพ์เอกสารประจำรถเรียบร้อย (สำเนาจดทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ นอกจากนี้ยังตรวจพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการลักรถ ทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่เคยลักมา ชิ้นส่วนประกอบเช่นตะกร้า เบ้ากุญแจรถ กุญแจ หมวกนิรภัย และเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ขณะก่อเหตุ (รายละเอียดปรากฎตามบันทึกที่แนบมาท้ายนี้และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกจับกุม)
จากนั้นได้สอบถามถึงตัวนายตี้ ซึ่งปรากฎในภาพวงจรปิด นายไตรภพฯ หลังก่อเหตุเสร็จนายตี้ฯ ไปพักอยู่แถวซอยภาษีเจริญ 58 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จากนั้นจึงได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหานายตี้ฯ ที่บริเวณดังกล่าว เมื่อไปพบนายนายธีรพล หรือตี้ ใบมาก ผู้ต้องหาที่ 2 (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง) อยู่ที่ห้องเช่าภายในซอยดังกล่าว เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงอาการพิรุธต้องสงสัย
จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดู โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ยินยอมให้ตรวจค้น ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อได้ให้ดูภาพถ่ายวงปิดขณะที่ได้ร่วมกันก่อเหตุให้ดูรับว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุจริง โดยตนจะเป็นคนใช้เหล็กปีกเครื่องบิน (ยึดได้จากบ้านเช่าของผู้ต้องหาที่ 1) เพื่อลักรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ซึ่งนอกจากได้ร่วมกันกับนายไตรภพ ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 แล้วบางครั้งยังร่วมกันกับ
นายปัง (ยืนยันภาพวงจรปิด) ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์เช่นกันโดยนายปัง ฯ จะพักอยู่แถวซอยบางแค 14 จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจหานายปังฯ ที่บริเวณดังกล่าว เมื่อไปถึงพบนายธัญยารักษ์ หรือปัง ภูเดช ผู้ต้องหาที่ 3 (ทราบชื่อนามสกุลจริงภายหลัง) อยู่บริเวณดังกล่าว เมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงอาการพิรุธต้องสงสัย จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทั้งแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอตรวจค้น โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
แต่เมื่อได้ให้ตรวจดูภาพถ่ายวงจรปิดแล้ว รับว่าเป็นผู้ที่ได้รับก่อเหตุกับนายธีรพลฯ จริง ซึ่งหลังจากก่อเหตุลักรถได้แล้วก็จะนำรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้ไปที่บ้านของนายไตรภพฯ ผู้ต้องหาที่ 1 จนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว โดยนำเงินที่ได้จากการขายรถจักรยานยนต์ซึ่งขายได้ประมารณคันละ 20,000 บาท มาแบ่งกัน เพื่อนำมาใช้จ่ายจิปาถะ
อนึ่งจากการสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเนื่องจากมีภาพวงจรปิด และมีป้ายทะเบียนรถ ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ที่ตรวจพบในความครอบครองผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก จึงได้สืบสวนขยายผลการก่อเหตุในครั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสามได้รับว่าได้ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง หลายท้องที่ประมาณ 20 ครั้ง ซึ่งมีทั้งฝั่งธนบุรี และ จ.นนทบรี
จากการตรวจสอบประวัติทราบว่าผู้ต้องหาที่ 2 เคยถูกจับกุมคดีลักรถจักรยานยนต์ในท้องที่ สน.บางกอกน้อย และ สภ.เมืองสมุทรสาคร ส่วนผู้ต้องหาที่ 3 มีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับจำหน่ายยาเสพติด
หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือพบเหตุร้าย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สถานีตำรวจนครบาลเพชรเกษม กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 เบอร์โทร 02-41718 หรือโทรศัพท์สายด่วน ๑๙๑

##Dit News/รายงาน##

