เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 12.25 น. อำนวยการจับกุมโดย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม
นางสาวอ้อย สุนทรชัย อายุ 34 ปีเศษ เลขบัตรประจำตัวประชาชน 1103700537368 อยู่บ้านเลขที่ 323/5 ซอย พหลโยธิน 45 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ข้อกล่าวหา
“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน , เป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมีได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น” ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ จ.22/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569
สถานที่จับกุม
บริเวณท้ายซอย เอกชัย 70/1 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับไม่ประสงค์ออกนามแต่ประสงค์เงินรางวัลนำจับว่า นางสาวอ้อย สุนทรชัย เป็นบุคคลตามหมายจับ” ตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ จ.22/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบเมื่อไปถึงพบ นางสาวอ้อย สุนทรชัย ผู้ต้องหา (ทราบชื่อภายหลัง) อยู่บริเวณดังกล่าวมีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่สายลับแจ้ง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้แสดงหมายจับดังกล่าวต่อหน้า นางสาวอ้อย สุนทรชัย สอบถามชื่อและนามสกุลจริงและขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนกับ นางสาวอ้อย สุนทรชัย ในขณะนั้น ปรากฎว่ามีชื่อและนามสกุลตรงตามหมายจับนี้ จนเป็นที่ทราบและส่งหมายจับให้ตรวจสอบอ่านเองจนเข้าใจดีแล้ว ได้ยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับบุคคลตามหมายจับดังกล่าวและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อนแต่ อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้
แจ้งต่อ นางสาวอ้อย สุนทรชัย ว่าจะต้องถูกจับ ได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาตามหมายจับตามหมายจับศาลจังหวัดลพบุรี ที่ จ.22/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น , ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน , เป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมีได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น” นางสาวอ้อย สุนทรชัย ทราบและเข้าใจดีแล้ว จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.เพชรเกษม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
##ขอบคุณภาพข่าว/Dit News/รายงาน##

