((POLICE NEWS update PLUS))…สืบสวน สน.บางบอนสุดเจ๋ง รวบผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์พร้อมของกลางหลายรายการมูลค่า 2แสนบาท

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2566 เวลา 23.30 น.
ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.นรินท์โชติ พงศ์พิธานนท์ ผกก.สน.บางบอน พ.ต.ท.ศุภกร กันทาลักษณ์ รอง.ผกก.สส.สน.บางบอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน อันมี ร.ต.อ.อนุฤทธิ์ กระจายศรี รอง สว.สส.สน.บางบอน ร.ต.อ.จักรพันธ์ อยู่ยืน, ร.ต.ต.ดามพ์ เลี่ยมทองขาว , จ.ส.ต.ศักดิ์ชัย คงมีสุข , ส.ต.อ.สมประสงค์ สมัครเก , ส.ต.ท.ณรงค์เกียรติ วาระสิทธิ์ , ส.ต.ท.เอกลักษณ์ ชนาลักษณ์ ,ส.ต.ท.ณัฐกรณ์ สุดชารี
ได้จับกุมตัวนายวิชัย หรือแบงค์หรือเอกชัย สมศรี อายุ 44 ปี ที่อยู่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ห้องที่ 3 ซ.เอกชัย79 แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
พร้อมด้วยของกลาง
1.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า สีขาว-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฬงล 540 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน
2.หมวกนิรภัยสีดำ ยี่ห้อ นาโกย่า จำนวน 1 ใบ
3.นาฬิกาข้อมือสีเทายี่ห้อ คาซิโอ จำนวน 1 เรือน
4.สร้อยคอห้อยพระสายร่มสีดำ จำนวน 1 เส้น
5.เสื้อยืดสีเทาแขนสั้นสีเทา จำนวน 1 ตัว
6.กางเกงยีนต์ขายาวสีน้ำเงิน จำนวน 1 ตัว
7.รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ อดิดาสสีดำแถบขาว จำนวน 1 คู่
8.พระหลวงพ่อคูณเลี่ยมทอง จำนวน 1 องค์ (ได้จากการประทุษร้าย)
9.เงินสดจำนวน 30,000 บาทโดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆโดยแปลงหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 845/2566 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2566

สถานที่จับกุม ห้องเช่าไม่มีเลขที่ห้องที่ 3 ซ.เอกชัย79 แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ในการจับกุม สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 21.00 น.ได้มี น.ส.อรทัย เสถียรสาคร อายุ 44 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในห้องเช่า ใน ซ.เอกชัย 95/1 แชวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร        มาแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ธีรเดช พิณกุล รอง สว.สอบสวน สน.บางบอน ว่า ในวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลาประมาณ 07.00 น.ผู้แจ้งได้ออกจากห้องพักเพื่อไปทำงานที่โรงงานใน ซ.เอกชัย 94 จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. เลิกงานจึงกลับมาที่ห้องพักพบว่าประตูห้องแง้มอยู่คล้ายมีคนเปิดทิ้งไว้ จึงเข้าไปสำรวจทรัพย์สินภายในห้องพบว่าห้องถูกรื้อค้น มีทรัพย์สินหายไปคือ (1)สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระ หลวงพ่อคูณรุ่นเมตตามหานิยม เลี่ยมทองคำ จำนวน 1 องค์ (2) สร้อยคอมือทองคำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น (3) แหวนทองคำหนักวงละ 1 สลึง จำนวน 3 องค์ และพระเครื่องเลี่ยมทองคำอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 แสนบาท
จึงประสานให้ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอนร่วมตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนปากคำผู้เสียหายและพยานที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบเรื่องหรือเห็นเหตุการณ์แต่อย่างใด จึงส่งสายข่าวออกไปทำการสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าคนร้ายเป็นชายไทยอายุประมาณ 40 กว่าปี สวมเสื้อแจ็กเก็ตโลโก้บริษัทแห่งหนึ่งและสวมหมวกกันน็อคปิดบังอำพรางตัว หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สีน้ำเงินขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปตาม ถนนเอกชัยขาเข้า จึงกระจายกำลังลงพื้นที่ทำการสืบสวนหาข่าว จนพบข้อมูลมีพยานยืนยันว่าคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มาหลบจอดบังเสาสะพานลอยปากซอย เอกชัย 78 แล้วเอาป้ายทะเบียนรถที่เตรียมมาติดรถจักรยานยนต์คันที่ขับขี่หลบหนีมา และถอดเสื้อแจ็กเก็ตทิ้งบริเวณดังกล่าว แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไปเลี้ยวเข้า ซ.เอกชัย 79
ฝ่ายสืบสวน สน.บางบอน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบว่าคนร้ายพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าในซ.เอกชัย 79 ซึ่งติดต่อทะลุกันกับ ซ.เอกชัย 77 ซึ่งจัดกำลังซุ่มโป่งรอให้คนร้ายปรากฎตัว โดยจัดกำลังสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าซุ่มโป่งเป้าหมายตลอด 24 ช.ม.เป็นเวลานานประมาณหนึ่งสัปดาห์ จนกระทั่งวันที่ 28 ตุลาคม 2566     ขณะที่ส.ต.อ.สมประสงค์ สมัครเก และ ส.ต.ท.ณัฐกรณ์ สุดชารี ได้รับคำสั่งให้ซุ่มโป่งเฝ้าจุดอยู่ ก็พบชายคนหนึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับลักษณะคนร้ายที่ได้ข้อมูลจากสายข่าวและพยาน จึงรายงานให้ พ.ต.ท.ศุภกร กันทาลักษณ์ รอง ผกก.สส.สน.บางบอนทราบ นำภาพถ่ายคนร้ายมาให้ชุดเครื่องมือพิเศษ นำภาพถ่ายเข้าเครื่องมือพิเศษเพื่อวิเคราะห์เอกลักษณ์บุคคล ปรากฎว่ามีลักษณะตำหนิรูปตรงกัน จึงพร้อมกันเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนปากคำ ชายคนดังกล่ายอมรับว่าตนเองชื่อวิชัย หรือแบงค์ หรือเอกชัย สมศรี อายุ 44 ปี ที่อยู่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ห้องที่ 3 ซ.เอกชัย79 แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร และยอมรับว่าในวันเกิดเหตุได้สวมเสื้อติดโลโก้บริษัทแห่งหนึ่ง และสวมหมวกกันน็อคปิดบังอำพรางตัว ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า สีขาว-น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ฬงล 540 กรุงเทพมหานคร ไปที่หอพักที่เกิดเหตุและงัดประตูห้องเข้าไปขโมยสร้อยทองคำ และพระเครื่องเลี่ยมทองคำของน.ส.อรทัย เสถียรสาคร ผู้เสียหายไปจริง โดยได้นำสร้อยทองคำและแหวนทองคำไปขายที่ร้านทองแห่งหนึ่งในย่านบางบอน และพระเครื่องเลี่ยมทองได้นำไปขายให้กับเซียนพระคนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงหมายจับให้นายวิชัย ดูแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิผู้ต้องหาให้ทราบ ทำการจับกุมไว้สอบสวนขยายผลเพื่อติดตามสร้อยทองคำ แหวนทองคำ และจะได้ติดตามหาตัวเซียนพระรับซื้อพระเครื่องเลี่ยมทองคำของผู้เสียหายไว้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหารับของโจรต่อไป ##ภาพข่าว ป้อม บางบอน/รายงาน##

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *