((POLICE NEWS update PLUS))…”รวบสาวใหญ่ชาวเมียนมาสวมบัตรคนไทยนานกว่า 30 ปี หลบกบดานกลางเมืองหลวง”


เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับการประสานมาจากเจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ด ว่ามีบุคคลน่าเชื่อ ว่าจะเป็นบุคคลต่างด้าวสวมบัตรประชาชนคนไทย เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ทำการรายงานผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นเพื่อทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ดซึ่งตั้งศูนย์บริการ อยู่ที่ศูนย์การค้า คอสโม บาร์ซ่า เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยได้รับคำร้อง ของนางสุคำฯ ว่าขอแจ้งย้ายปลายทางเข้าไปในทะเบียนบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จากนั้น นางสุคำฯ ได้ยื่นคำร้องความประสงค์ขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชน ในขณะที่สแกนลายนิ้วมือ เพื่อเปรียบเทียบหลักฐานข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ระบบแสดงข้อมูลรายการบุคคล และภาพใบหน้าของผู้ต้องหามีบัตร 2 ภาพ ซึ่งเป็นภาพของบุคคลคนเดียวกัน เมื่อทำการสอบถามเพิ่มเติม ผู้ต้องหาดังกล่าวได้เดินหนีไป พร้อมทิ้งบัตรประชาชนที่ใช้แสดงตนในการแจ้งย้ายที่อยู่ไว้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหา มี 2 สถานะทางทะเบียนราษฎร์ สถานะที่ 1 เป็นบุคคลสัญชาติไทย ชื่อนางสุคำฯ สถานะที่ 2 เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ชื่อนางอุ่นแปงฯ ซึ่งเชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาน่าจะมีการทุจริตสวมตัวทำบัตรประชาชน ต่อมาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ด ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด และได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อติดตามผู้กระทำความผิด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านางสุคำฯ หรือนางอุ่นแปงฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 29/2 564 ลงวันที่ 21 มกราคม 2564 ได้พักอาศัยอยู่บริเวณอาคาร มโนชัยแมนชั่น เขตห้วยขวางกรุงเทพฯ จึงได้แจ้งให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ฯ ได้เดินทางไปถึงบริเวณอาคารมโนชัยแมนชั่น พบบุคคลต้องสงสัย นางอุ่นแปง หรือนางสุคำ ยืนอยู่บริเวณหน้าอาคารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ฯจึงได้ตรวจสอบเปรียบเทียบกับรูปภาพ ตามตำหนิรูปพรรณ ในหมายจับดังกล่าวพบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน ตามหมายจับจริง แต่นางอุ่นแปงหรือนางสุคำ ได้ขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างออกจากอาคาร มายังบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีห้วยขวาง ฝั่งติดกับอาคารชุดคอนโด ไลฟ์ แอท รัชดา/ห้วยขวาง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ติดตามตัวมายังบริเวณดังกล่าว เมื่อนางอุ่นแปงหรือนางสุคำลงจากรถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงบัตรจนผู้ต้องหาเป็นที่พอใจ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อ่านและแสดงหมายจับให้นางอุ่นแปงหรือนางสุคำตรวจสอบ นางอุ่นแปงหรือนางสุคำตรวจดูแล้ว จึงรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับดังกล่าวจริง และยังไม่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อหา ให้ผู้ต้องหาทราบว่า เป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไทย ทำหรือใช้หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารทางทะเบียนราษฎร์อื่นโดยมิชอบ และเป็นบุคคลไม่มีสัญชาติไทยยื่นคำขอมีบัตร ด้วยการแจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการขอมีบัตร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด และจากการสอบสวนเพิ่มเติม ผู้ต้องหาให้การว่า เดิม ตนเองสัญชาติเมียนมาเชื้อสายไทลื้อ เกิดที่จังหวัดเชียงตุง ประเทศเมียนมา และเติบโตอยู่ที่จังหวัดเชียงตุงจนอายุได้ประมาณ 4 ปี ก็ได้เดินทางมาที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีญาติอยู่ที่อำเภอแม่สายจึงได้อาศัยอยู่ด้วยประมาณปีกว่า หลังจากนั้นประมาณปี พศ.2530 ได้มาทำงานที่เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมาทำงานเป็นแม่บ้านให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง และบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการติดต่อทำบัตรประชาชนให้ในราคาประมาณ 30,000 บาท ซึ่งในสมัยนั้นก็ได้บัตรประจำตัวประชาชนมาในชื่อนางสุคำฯ และเมื่อปีพศ. 2536 ผู้รับเหมาคนดังกล่าวได้เสียชีวิต ตนเองก็ได้ใช้บัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวเรื่อยมา ต่อมาประมาณปีพ.ศ. 2550 จึงได้ไปขึ้นทะเบียนบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนกับทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และตนก็ได้บัตรประจําตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ชื่อนางอุ่นแปงฯ แต่ก็ยังคงถือบัตรประจำตัวคนไทยเรื่อยมาจนกระทั่งถูกจับกุม ##Dit News/รายงาน##

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *